สรุปเนื้อหา

สาย VCT คือ สายไฟฟ้าทองแดงเส้นฝอยละเอียดหุ้มฉนวนพีวีซี ที่โดดเด่นด้วยความอ่อนตัวสูงและความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานเดินสายเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะ มีจำนวนคอร์ตั้งแต่ 1-5 คอร์ และขนาดตัวนำตั้งแต่ 0.5-35 sq.mm ทนแรงดันไฟฟ้าได้ 450/750V ทนอุณหภูมิได้ 70 องศา การเลือกใช้งานที่ถูกต้องโดยพิจารณาจากขนาดหน้าตัดที่สอดคล้องกับพิกัดกระแสและมาตรฐาน มอก. จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสม และช่วยให้ระบบไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยาวนาน

Table of Content

  • สาย VCT คืออะไร ?
  • โครงสร้างและมาตรฐานของสาย VCT
  • จุดเด่นของสาย VCT เมื่อเทียบกับสายไฟทั่วไป
  • สาย VCT ใช้กับงานประเภทไหนบ้าง ?
  • วิธีเลือกสาย VCT ให้เหมาะกับงาน
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาย VCT (FAQs)

เมื่อสภาพหน้างานจริงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ การลากถูไปกับพื้นผิวขรุขระ หรือแม้แต่ละอองน้ำมันในโรงงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้สายไฟจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความเสียหายระดับวิกฤตได้ ด้วยเหตุนี้ สำหรับวิศวกรไฟฟ้ามืออาชีพ “สาย VCT” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “มาตรฐานบังคับ” สำหรับจุดต่อที่ต้องการความยืดหยุ่น  และความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ บทความนี้จึงจะพาคุณไปทำความรู้จักว่าสาย VCT คืออะไรให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้าง มาตรฐาน การใช้งานจริง ข้อดีเมื่อเทียบกับสายไฟประเภทอื่น รวมถึงวิธีเลือกให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าแต่ละรูปแบบ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสายไฟที่เลือกจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาวที่สุด

สาย VCT คืออะไร ?

VCT ย่อมาจากคำว่า Vinyl Cabtyre Cable หรือในเอกสารทางเทคนิคเก่า ๆ อาจพบคำว่า Vinyl Coated Tough Cable ซึ่งบ่งบอกถึงคุณลักษณะเด่นเรื่องความทนทานของเปลือกหุ้ม ดังนั้น นิยามทางเทคนิคของสาย VCT ก็คือสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี (PVC) ที่มีตัวนำเป็นแบบ “สายฝอย” หรือ “สายอ่อน” ซึ่งผ่านกระบวนการอบอ่อน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งงอได้ดีกว่าสายแกนเดี่ยวแข็ง หรือสายตีเกลียวหยาบทั่วไป

 หน้าตัดของสายไฟแต่ละคอร์เป็นวงกลม หุ้มด้วยเปลือกนอกที่ทำจาก PVC อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี โดยมาตรฐานปัจจุบันของสาย VCT ในประเทศไทยจะอ้างอิงตาม มอก. 11-2559 เล่ม 101 (ปรับปรุงจาก มอก. 11-2553 เล่ม 101) หรือเรียกอีกชื่อตามมาตรฐานใหม่ว่า สาย 60227 IEC 53 

โดยทั่วไป สาย VCT คือสายไฟที่ออกแบบมาให้รองรับแรงดันไฟฟ้าได้ที่ 450/750 V (เดิม 750 V ตามมาตรฐานเก่า มอก. 11-2531) และทนอุณหภูมิที่ตัวนำได้สูงสุด 70°C ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำทั่วไปในโรงงานและอาคารพักอาศัย

โครงสร้างและมาตรฐานของสาย VCT

เพื่อให้เข้าใจว่าสาย VCT ทำงานอย่างไร และทำไมถึงมีความยืดหยุ่นและทนทาน เราต้องพิจารณา โครงสร้างภายในที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อนกว่าสายไฟทั่วไป ดังนี้

1. ตัวนำ 

หัวใจสำคัญขอสาย VCT คือการใช้ทองแดงบริสุทธิ์ที่มีค่าความนำไฟฟ้าสูง ตามมาตรฐาน IEC 60228 Class 5 ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นทองแดงฝอยขนาดเล็กจำนวนมากตีเกลียวรวมกัน

  • ข้อดีเชิงเทคนิค : การใช้สายฝอยจะช่วยลดผลกระทบจากปรากฏการณ์ที่กระแสไฟฟ้าไหลบริเวณผิวของตัวนำในระดับหนึ่ง แต่จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้สายมีความอ่อนตัวสูง สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรได้โดยที่ขั้วต่อไม่หลวม หรือสายไม่ขาดใน อีกทั้งความอ่อนตัวยังช่วยในการเคลื่อนย้ายให้ง่ายขึ้น และตัวสายไม่บิดตัวสะสมเมื่อมีการม้วนเก็บและคลี่ออก

2. ฉนวน 

สาย VCT คือสายไฟที่หุ้มตัวนำด้วย Polyvinyl Chloride (PVC) คุณภาพสูง ทำหน้าที่ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลและลัดวงจร โดยมีการระบุสีของฉนวนเพื่อแยกเฟส ตามมาตรฐาน มอก. ใหม่ ดังนี้ 

  • 2 แกน : สีน้ำตาล, ฟ้า 
  • 3 แกน : สีน้ำตาล, ดำ, เทา
  • 4 แกน : สีน้ำตาล, ดำ, เทา และฟ้า
  • สายดิน : สีเขียวแถบเหลือง

3. เปลือกนอก 

เป็นชั้นนอกสุดที่ทำจาก PVC เช่นเดียวกัน แต่เป็นเกรดที่เน้นความเหนียวและทนทานต่อแรงทางกล มี สีดำ

  • คุณสมบัติ : เปลือกสีดำช่วยในการป้องกันรังสี UV ได้ดีกว่าสีอื่น (กรณีใช้งานภายนอก) จึงทนต่อการเสียดสี แรงกระแทก และน้ำมันได้ในระดับหนึ่ง ทำให้โครงสร้างสายคงรูปเป็นทรงกลมสวยงาม ไม่บิดเบี้ยวเมื่อถูกดัดโค้ง

4. ค่าพิกัดการใช้งาน

  • Rated Voltage : 450/750 V จึงสามารถใช้งานกับระบบไฟ 3 เฟส ที่แรงดัน 380V หรือ 400V ในโรงงานอุตสาหกรรมได้สบาย 
  • Rated Temperature : 70°C อุณหภูมิสะสมที่ตัวนำขณะใช้งานต่อเนื่อง

จุดเด่นของสาย VCT เมื่อเทียบกับสายไฟทั่วไป

1. อ่อนตัวสูง 

จุดขายหลักของสาย VCT คือความอ่อนตัวสูง ด้วยโครงสร้างตัวนำแบบฝอยละเอียด ทำให้สามารถม้วนเก็บ ดัดโค้งไปตามซอกมุมของเครื่องจักร หรือร้อยผ่านท่อที่มีจุดเลี้ยวเยอะ ๆ ได้ง่ายกว่าสาย NYY ที่แข็งกว่ามาก เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่มีการเคลื่อนย้ายบ่อย งานที่สั่นสะเทือน งานที่ต้องการความอ่อนตัว หรือหน้างานที่มีพื้นที่จำกัด

2. เปลือกหนา ทนทาน 

คำว่า “Cabtyre” ในชื่อเดิมสื่อถึงความเหนียวคล้ายยางรถยนต์ แม้ปัจจุบันจะเป็น PVC แต่ก็มีความหนาที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกและแรงเสียดสีได้ดีกว่าสาย VAF หรือ THW ทำให้วางใจได้เมื่อต้องลากสายไปกับพื้นหรือติดตั้งในจุดเสี่ยงต่อการถูกบด ทับ หรือกระแทก

3. รองรับการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ

สาย VCT คือสายอเนกประสงค์ สามารถใช้งานได้ตั้งแต่งานภายในตู้คอนโทรล ไปจนถึงงานภาคสนาม งานเกษตร และงานอุตสาหกรรมหนัก

4. เหมาะกับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน

ในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรมักมีการสั่นสะเทือนขณะทำงาน หากใช้สายแกนแข็ง จุดต่อสายอาจคลายตัวหรือตัวนำทองแดงอาจเกิดความล้าจนหักในได้ สาย VCT คือตัวเลือกที่เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

สาย VCT ใช้กับงานประเภทไหนบ้าง ?

สำหรับคำถามที่พบบ่อยว่า “สาย VCT ใช้ทำอะไรบ้าง ?” เราต้องดูที่ลักษณะหน้างานเป็นหลัก โดยสามารถสรุปรูปแบบการใช้งานยอดนิยมได้ดังนี้  

1. เดินสายบนรางเคเบิล

นิยมใช้เป็นสายเมนหลัก สายเมนย่อย หรือสายป้อนให้กับเครื่องจักร โดยวางพาดบนรางเคเบิลแลดเดอร์ หรือตะแกรงเนื่องจากสายมีน้ำหนักพอสมควรและเปลือกหนา จึงวางพาดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฉนวนฉีกขาดจากขอบราง

2. ร้อยท่อเดินลอย / ฝังผนัง / ใต้ฝ้า

สามารถร้อยท่อ PVC หรือท่อเหล็ก IMC/EMT เดินเกาะผนัง หรือฝังในผนังคอนกรีตได้ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอาคารที่ต้องการความเรียบร้อยและป้องกันสายไฟจากความเสียหายภายนอก

3. เดินสายเข้าตู้คอนโทรลและเครื่องจักร 

สาย VCT คือพระเอกในงานตู้ MDB หรือตู้ Control Panel สำหรับส่วนที่ต้องเชื่อมต่อออกไปยังมอเตอร์ ปั๊มน้ำ หรืออุปกรณ์ภายนอกตู้ ความอ่อนตัวของสายช่วยให้การจัดสายภายในตู้ที่มีพื้นที่จำกัด ทำได้ง่ายขึ้นมากและสวยงาม

4. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เคลื่อนย้ายได้

เช่น ปลั๊กพ่วง งานเวทีคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ สายไฟสำหรับสว่าน เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ที่ต้องมีการลากสายไปมาตลอดเวลา

สาย VCT คือสายไฟที่นิยมใช้ในการเดินสายบนรางเคเบิล

วิธีเลือกสาย VCT ให้เหมาะกับงาน

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมไฟฟ้า ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ก่อนสั่งซื้อ 

1. เลือกขนาดหน้าตัด กระแสโหลด และแรงดันตก

การเลือกขนาดสายไฟจากกระแสโหลด

ต้องคำนวณโหลดกระแสไฟฟ้าของอุปกรณ์ที่จะใช้งาน แล้วนำไปเทียบกับตารางพิกัดกระแสของสาย VCT ที่สำคัญต้องดูตารางที่ระบุการติดตั้งแบบกลุ่มหรือในท่อ หากมีการร้อยท่อ เพราะการระบายความร้อนจะลดลง

  • ข้อแนะนำ : ควรเผื่อขนาดสายให้ใหญ่กว่าพิกัดโหลดอย่างน้อย 25% เพื่อลดความร้อนสะสม

การเลือกขนาดสายไฟจากแรงดันตก

  • หากต้องเดินสาย VCT ยาวเกิน 20-30 เมตร ให้ระวังเรื่องแรงดันตกทันที
  • ตามมาตรฐาน วสท. แรงดันตกที่ปลายทาง ไม่ควรเกิน 3-5% ของแรงดันพิกัด (เช่น ไฟ 220V ไม่ควรหายไปเกิน 11V)
  • การคำนวณแรงดันตก โดยใช้ความยาวสายไฟ และความต้านทานของตัวนำ
  • หากคำนวณแล้วพบว่าแรงดันตกเกินเกณฑ์ ต้องขยับขนาดสายไฟ (sq.mm.) ให้ใหญ่ขึ้น (แม้ว่าขนาดเดิมจะรับกระแสได้พอดีแล้วก็ตาม) เพื่อลดความต้านทานในสายไฟลง

2. เลือกจำนวนแกนและระบบกราวนด์

  • 2 Cores : สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า 1 เฟส ที่ไม่ต้องใช้สายดิน 
  • 3 Cores : สำหรับอุปกรณ์ 1 เฟส ที่ต้องมีสายดิน (L, N, G)
  • 4 Cores : สำหรับระบบไฟ 3 เฟส (L1, L2, L3, N หรือ L1, L2, L3, G ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
  • 5 Cores : สำหรับระบบไฟ 3 เฟส เหมาะสำหรับตู้เมน ตู้คอนโทรล หรือเครื่องจักรที่ต้องดึงสายนิวทรัลไปใช้งานร่วมด้วย (L1, L2, L3, N, G)
    VCT-G : แนะนำอย่างยิ่งสำหรับงานติดตั้งถาวร เพื่อความสะดวกและถูกต้องตามมาตรฐาน วสท. ที่กำหนดให้มีสายดินในระบบ

3. เลือกแรงดันพิกัดให้แมตช์กับระบบ

ตรวจสอบว่าแรงดันใช้งานไม่เกิน 750V ซึ่งโดยปกติไฟบ้าน (230V) และไฟโรงงาน (400V) สามารถใช้ VCT ได้ไม่มีปัญหา แต่ห้ามนำไปใช้กับระบบ High Voltage หรือแรงดัน 600/1000 Volt เด็ดขาด

4. สอดคล้องกับวิธีการติดตั้ง

หากต้องติดตั้งในจุดที่โดนแดดจัดตลอดเวลา หรือสัมผัสสารเคมี/น้ำมันรุนแรง ควรสอบถามผู้จำหน่ายว่าฉนวนของสายยี่ห้อนั้น ๆ มีคุณสมบัติ UV Resistance หรือ Oil Resistance หรือไม่ แม้พื้นฐาน VCT จะทนทาน แต่เกรดของ PVC ในแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกัน และ PVC มีความสามารถในการทนต่อสารเคมี/น้ำมัน แต่ละชนิดได้ไม่เท่ากัน

5. เลือกแบรนด์และมาตรฐานที่เชื่อถือได้

ตลาดสายไฟปัจจุบันมีทั้งเกรดพรีเมียมและเกรดทั่วไป สาย VCT ที่ดี ตัวนำทองแดงต้องเต็มขนาด (ไม่ลดสเปก ต้นทุนของสายส่วนใหญ่คือทองแดง) เพื่อป้องกันปัญหาความร้อนสูงเกินจนสายละลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเพลิงไหม้ ดังนั้น การเลือกใช้สายจากผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยการันตีได้ว่าคุณได้รับสินค้าที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลจริง

เลือกซื้อสาย VCT กับ NYX CABLE มั่นใจได้ในคุณภาพสินค้าและบริการ

 หากคุณกำลังมองหาสายไฟที่ทั้งอ่อนตัวสูง ทนทาน และพร้อมรับมือสภาพใช้งานหนัก เช่น งานเครื่องจักร ระบบคอนโทรล ตู้ไฟฟ้า หรือการติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม “สาย VCT / VCT-G” จาก NYX CABLE คือคำตอบที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในระยะยาว เราจัดจำหน่ายสาย VCT ครบทุกรุ่น ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 1 แกนจนถึง 5 แกน รองรับแรงดัน 450/750 V และ 600/1000 V ตามมาตรฐานสากล พร้อมเอกสารทางเทคนิคครบถ้วน เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้ตรงงาน ตั้งแต่ระบบโหลดทั่วไปจนถึงโหลดที่มีการสั่นสะเทือนสูง 

NYX CABLE มีสต๊อกพร้อมส่ง และมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการออกแบบระบบสายไฟ เลือกสเปกให้เหมาะสม ลดปัญหา Over Spec/Under Spec เพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยสูงสุด

สนใจสั่งซื้อหรือต้องการ Data Sheet ประกอบการตัดสินใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @nyxcable โทร: 02-111-5588

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาย VCT (FAQs)

Q: สาย VCT ทนความร้อนได้กี่องศา ?

A: ตามมาตรฐาน มอก. 11-2559 สาย VCT ถูกกำหนดให้ทนอุณหภูมิที่ตัวนำขณะใช้งานปกติได้สูงสุด 70°C ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากมีการเดินสายรวมกลุ่มกันหนาแน่น จะส่งผลให้การระบายความร้อนลดลง ผู้ใช้งานควรเผื่อขนาดสายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อป้องกันฉนวนเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร และในพื้นที่หน้างานมีอุณหภูมิแวดล้อมสูงมาก หรือโดนน้ำมัน ควรเปลี่ยนไปใช้สายที่ฉนวนทนความร้อนหรือน้ำมันแทน ตัวฉนวนจะไม่กรอบแตก มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวกว่า

Q: สาย VCT ต่างจากสาย NYY อย่างไร ?

A: ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “ความยืดหยุ่น” และ “โครงสร้างตัวนำ”

  • สาย VCT : คือสายไฟที่ใช้ตัวนำทองแดงฝอยเส้นเล็ก ทำให้มีความอ่อนตัวสูง ดัดโค้งง่าย เหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนย้าย หรือเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน
  • สาย NYY : ใช้ตัวนำทองแดงตีเกลียวหยาบ หรือแกนเดี่ยว ซึ่งแข็งกว่ามาก เน้นความแข็งแรงเพื่อเดินเมนไฟฟ้า ติดตั้งถาวร หรือฝังดินโดยตรง เพราะเปลือกฉนวนออกแบบมาให้ทนสภาพแวดล้อมได้เข้มข้นกว่า แต่ไม่เหมาะกับการขยับไปมา

Q: สาย VCT สามารถนำมาทำปลั๊กพ่วงเองได้ไหม ?

A: ทำได้และดีมาก การใช้สาย VCT มาประกอบปลั๊กพ่วงเอง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าปลั๊กพ่วงราคาถูกทั่วไป ที่โดยส่วนใหญ่จะลดขนาดทองแดงลงจึงไม่ค่อยได้มาตรฐาน อีกทั้งเรายังสามารถเลือกขนาดหน้าตัดสายทองแดงได้ตามต้องการ (เช่น 1.5 หรือ 2.5 mm2) เพื่อรองรับกระแสไฟสูง ๆ ตามความสมเหมาะสม สำหรับหน้างานต่างๆ เช่น งานเชื่อม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ โดยสาย VCT มีความทนทานต่อการลากถูและการเหยียบย่ำได้ดีกว่าสายไฟทั่วไป

Q: ใช้สาย VCT กับระบบไฟ 3 เฟส (380V/400V) ในโรงงานได้หรือไม่ ?

A: ได้ สาย VCT มีพิกัดแรงดันใช้งานอยู่ที่ 450/750V ซึ่งครอบคลุมแรงดันไฟโรงงาน 380-400 V ได้อย่างปลอดภัย นิยมใช้เดินสายเข้ามอเตอร์ 3 เฟส ปั๊มน้ำ (ไม่แช่น้ำ) หรือเครื่องจักรที่ต้องการความยืดหยุ่นของสาย แต่ต้องตรวจสอบกระแสโหลด (Ampere) ให้ไม่เกินพิกัดที่ขนาดสายนั้น ๆ รับไหว

Q: สาย VCT ใช้งานกลางแจ้ง ตากแดดตากฝนได้นานแค่ไหน ?

A: สาย VCT ส่วนใหญ่มีเปลือกนอกเป็น PVC สีดำ ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อรังสี UV ได้ดีในระดับหนึ่ง จึงสามารถใช้งานกลางแจ้งได้ แต่หากเป็นการตากแดดจัดตลอดเวลาหลายปี พลาสติก PVC อาจเกิดการแข็งตัวและแตกลายงาได้ในระยะยาว หากติดตั้งถาวรภายนอกอาคาร แนะนำให้ร้อยท่อ หรือหากมีข้อจำกัดไม่สามารถร้อยท่อได้ควรใช้สายที่ฉนวนทำจากยางแทน H07RN-F เพื่อยืดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นการใช้งานชั่วคราวหรือกึ่งถาวร สาย VCT ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี

Q: มีวิธีเลือกขนาดสาย VCT (sq.mm.) ให้เหมาะกับมอเตอร์และเครื่องจักรอย่างไร ?

A: หลักการเบื้องต้นคือต้องดูทั้ง “พิกัดกระแส” และ “ระยะทาง” ควบคู่กัน

ลำดับแรก ให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการเผื่อค่าพิกัดกระแสสายไฟไว้อย่างน้อย 25% ของกระแสโหลดมอเตอร์ โดยใช้สูตร “กระแสโหลด (A) x 1.25” จะได้พิกัดกระแสขั้นต่ำที่สายไฟต้องรับไหว เพื่อรองรับช่วงสตาร์ตมอเตอร์และการใช้งานต่อเนื่อง

ลำดับถัดมาคือเรื่องแรงดันตก (Voltage Drop) หากหน้างานต้องลากสายยาวเกิน 30 เมตร แรงดันไฟฟ้าปลายทางอาจตกลงจนส่งผลต่อกำลังของมอเตอร์ แนะนำให้ขยับขนาดสายไฟขึ้น 1 เบอร์ทันที เพื่อให้ไฟไปเลี้ยงมอเตอร์ได้เต็มที่ 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปเลือกใช้ได้ทันที สามารถดูขนาดสายที่เหมาะสมกับมอเตอร์แต่ละขนาดได้ตามตารางด้านล่างนี้

กำลังมอเตอร์

(HP/แรงม้า)

กำลังไฟฟ้า

(kW)

กระแสโดยประมาณ

(Amp)

ขนาดสาย VCT ที่แนะนำ

(sq.mm.)

1 0.75 1.5 – 2 1.0 – 1.5
2 1.5 3 – 3.5 1.5
3 2.2 4.5 – 5 1.5 – 2.5
5 3.7 7.5 – 8 2.5
7.5 5.5 11-ธ.ค. 2.5 – 4
10 7.5 15 – 16 4
15 11 21 – 23 6
20 15 29 – 32 10

Q: ราคาสาย VCT และ VCT-G อัปเดตล่าสุดปี 2026 อยู่ที่เท่าไร ?

A: เพื่อให้ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อสามารถประเมินต้นทุนโครงการได้อย่างแม่นยำ NYX CABLE ได้รวบรวมราคาสาย VCT/VCT-G ฉบับอัปเดตปี 2026 พร้อมข้อมูลเทคนิคครบถ้วนทั้งขนาดและน้ำหนักไว้ในตารางด้านล่าง

ราคาสาย VCT 2026

Number of cores Nominal cross Conductor type Insulation Sheath Overall Conductor Continuous Cable weight Price Baht/m.
(จำนวนแกน) sectional area

(mm2)

(ประเภทตัวนำ) thickness (mm) thickness (mm) diameter (mm) resistance (Ω/km) current rating (A) (kg/km) (ราคา บาท/เมตร)
2 1 Flexible 0.8 1.2 9.6 19.5 14 100 37.86
2 1.5 Flexible 0.8 1.4 11 13.3 16 130 50.04
2 2.5 Flexible 0.8 1.4 12.5 7.98 25 170 80.43
2 4 Flexible 0.9 1.6 14.5 4.95 30 230 111.3
2 6 Flexible 0.9 1.6 16 3.3 39 320 158.06
2 10 Flexible 1.1 1.8 20 1.91 51 500 273.42
2 16 Flexible 1.1 2.2 23 1.21 73 700 392
2 25 Flexible 1.3 2.4 27.5 0.78 97 1000 618.1
2 35 Flexible 1.3 2.6 31 0.554 140 1400 819.14
3 1 Flexible 0.8 1.4 10.5 19.5 12 100 51.34
3 1.5 Flexible 0.8 1.4 11.5 13.3 15 130 63.49
3 2.5 Flexible 0.8 1.4 13 7.98 20 170 114.66
3 4 Flexible 0.9 1.6 15.5 4.95 26 230 140.56
3 6 Flexible 0.9 1.8 17.5 3.3 34 320 205.66
3 10 Flexible 1.1 2 21.5 1.91 47 500 358.82
3 16 Flexible 1.1 2.4 25 1.21 63 700 530.6
3 25 Flexible 1.3 2.6 30 0.78 83 1000 799.4
3 35 Flexible 1.3 2.8 33.5 0.554 102 1400 1,117.20
4 1 Flexible 0.8 1.6 10.5 19.5 12 100 63.97
4 1.5 Flexible 0.8 1.6 11.5 13.3 15 130 82.14
4 2.5 Flexible 0.8 1.6 13 7.98 20 170 128.09
4 4 Flexible 0.9 1.8 15.5 4.95 26 230 178.5
4 6 Flexible 0.9 2 17.5 3.3 34 320 267.68
4 10 Flexible 1.1 2.2 21.5 1.91 47 500 469.7
4 16 Flexible 1.1 2.6 25 1.21 63 700 679.56
4 25 Flexible 1.3 2.8 30 0.78 83 1000 1,023.96
4 35 Flexible 1.3 3.1 33.5 0.554 102 1400 1,425.20

ราคาสาย VCT-G 2026

Number of cores Nominal cross Conductor type Insulation Sheath Overall Conductor Continuous Cable weight Price Baht/m.
(จำนวนแกน) sectional area

(mm2)

(ประเภทตัวนำ) thickness (mm) thickness (mm) diameter (mm) resistance (Ω/km) current rating (A) (kg/km) (ราคา บาท/เมตร)
2+G 1/1 Flexible 0.8 1.2 10 19.5 / 19.5 14 120 51.34
2+G 1.5/1.5 Flexible 0.8 1.4 12 13.3 / 13.3 16 150 63.49
2+G 2.5/2.5 Flexible 0.8 1.4 13 7.98 / 7.98 25 200 114.66
2+G 4/4 Flexible 0.9 1.6 15.5 4.95 / 4.95 30 280 140.56
2+G 6/6 Flexible 0.9 1.8 17.5 3.30 / 3.30 39 400 205.66
2+G 10/10 Flexible 1.1 2 21.5 1.91 / 1.91 51 650 358.82
2+G 16/16 Flexible 1.1 2.4 25 1.21 / 1.21 73 900 530.6
2+G 25/16 Flexible 1.3 2.6 28.5 0.780 / 1.21 97 1200 777.17
2+G 35/16 Flexible 1.3 2.8 31.5 0.554 / 1.21 140 1500 1078.46
3+G 1/1 Flexible 0.8 1.4 11.5 19.5 / 19.5 12 150 63.97
3+G 1.5/1.5 Flexible 0.8 1.4 12.5 13.3 / 13.3 15 180 82.14
3+G 2.5/2.5 Flexible 0.8 1.4 14 7.98 / 7.98 20 240 128.09
3+G 4/4 Flexible 0.9 1.8 17 4.95 / 4.95 26 360 178.5
3+G 6/6 Flexible 0.9 2 19.5 3.30 / 3.30 34 500 267.68
3+G 10/10 Flexible 1.1 2.2 24 1.91 / 1.91 47 850 469.7
3+G 16/16 Flexible 1.1 2.6 28 1.21 / 1.21 63 1200 679.56
3+G 25/16 Flexible 1.3 2.8 33 0.780 / 1.21 83 1600 1008.81
3+G 35/16 Flexible 1.3 3.1 37 0.554 / 1.21 102 2100 1389.79
4+G 1/1 Flexible 0.8 1.6 13 19.5 / 19.5 12 190 93.52
4+G 1.5/1.5 Flexible 0.8 1.6 14 13.3 / 13.3 15 220 116.02
4+G 2.5/2.5 Flexible 0.8 1.6 15.5 7.98 / 7.98 20 310 169.06
4+G 4/4 Flexible 0.9 1.8 18.5 4.95 / 4.95 26 440 247.72
4+G 6/6 Flexible 0.9 2 21.5 3.30 / 3.30 34 600 420.63
4+G 10/10 Flexible 1.1 2.2 26.5 1.91 / 1.91 47 1000 637
4+G 16/16 Flexible 1.1 2.6 30.5 1.21 / 1.21 63 1400 903
4+G 25/16 Flexible 1.3 2.8 36.5 0.780 / 1.21 83 2000 1316
4+G 35/16 Flexible 1.3 3.1 41.5 0.554 / 1.21 102 2600 1841

Q: สาย VCT และ 60227 IEC 53 แตกต่างกันอย่างไร ?

A: สาย VCT และ 60227 IEC 53 ไม่เหมือนกัน 100% แม้หน้าตาภายนอกจะเป็นสายกลมสีดำ มีความอ่อนตัวเหมือนกัน แต่ “ไส้ใน” และ “ขีดจำกัดความปลอดภัย” นั้นต่างกัน 

สาย VCT ที่แท้จริงในปัจจุบัน ต้องอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 11-2559 เล่ม 101 ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะของประเทศไทย (Thai Local Standard)

  • จุดเด่น : ออกแบบมาให้ “อึด ถึก ทน” มากกว่าสาย IEC 53 สามารถรองรับแรงดันได้สูงถึง 750V ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานที่ไฟอาจมีการกระชาก
  • สิ่งที่ต้องระวัง : ถ้าหน้างานของคุณต้องมีการ “เดินร้อยท่อฝังดิน” หรือวางบนรางเคเบิลที่ต้องตากแดดตากฝนหนัก ๆ ต้องระบุซื้อ VCT เท่านั้น ห้ามใช้ IEC 53 แทนเด็ดขาด

สาย 60227 IEC 53 (สายอ่อนรุ่นเล็ก)

  •  จุดเด่น : เป็นสายอ่อนที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า ยืดหยุ่นดีมาก เหมาะสำหรับทำสายไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า (Appliance Cord) เช่น พัดลม, หม้อหุงข้าว, คอมพิวเตอร์ หรือโคมไฟ
  • สิ่งที่ต้องระวัง : รับแรงดันได้แค่ 300/500V และฉนวนบางกว่า จึงไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมโหดร้าย ห้ามนำไปฝังดินหรือตากแดดแรง ๆ เป็นเวลานาน เพราะฉนวนจะกรอบแตกได้ง่ายกว่า VCT

สรุป: ใช้แทนได้… แต่ต้องระวัง

  • ใช้แทนได้ : หากคุณใช้งานในร่ม ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่กินไฟเยอะ และเดินสายลอย ไม่ได้ฝังดิน
  • ใช้แทนไม่ได้ : หากเป็นงาน Main Power, งานภายนอกอาคาร, งานที่ต้องร้อยท่อฝังดิน ต้องใช้ VCT เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

Q: มาตรฐาน มอก. 11-2553 เล่ม 101 และ มอก. 11-2559 เล่ม 101 ในสาย VCT แตกต่างกันอย่างไร ?

A: จุดเปลี่ยนสำคัญคือการ “ขยายขอบเขตให้สายขนาดเล็ก ทนแรงดันได้สูงขึ้น” อธิบายให้เห็นภาพคือในช่วงแรกของมาตรฐาน มอก. 11-2553 สายที่ระบุว่าเป็น VCT (ทนแรงดัน 450/750V) มักจะบังคับผลิตที่ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 sq.mm. ขึ้นไป เท่านั้น ส่วนสายขนาดเล็ก (1 – 2.5 sq.mm.) จะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่ม IEC 53 (มอก. เล่ม 5) ซึ่งเปลือกบางกว่าและรับแรงดันได้เพียง 300/500V

แต่ในมาตรฐานฉบับปรับปรุง (2559) ได้เปิดช่องให้ผู้ผลิตสามารถทำสาย VCT ขนาดเล็ก (ตั้งแต่ 1 sq.mm.) ให้มีสเปก ทนแรงดัน 450/750V และมีเปลือกฉนวนที่หนาขึ้นได้ตามมาตรฐาน VCT แท้ ๆ ทำให้ปัจจุบันสามารถหาซื้อสายเบอร์เล็ก (เช่น 2×1.5 หรือ 2×2.5) ที่มีความ “ถึกและทน” รองรับงานหนักในโรงงานได้ดีกว่าสาย IEC 53 แบบเดิม