NYX CABLE

จำหน่ายสายคอนโทรลมีชีลด์ครบทุกรุ่นจาก NYX CABLE

NYX CABLE ผู้นำด้านสายไฟและสายคอนโทรลคุณภาพยุโรป จำหน่ายสายคอนโทรลมีชีลด์ (Shield Cable) ครบทุกรุ่น ทั้งแบบฟอยล์ชีลด์ (Foil Shield) แบบถักชีลด์ (Braid Shield) และสายชีลด์สองชั้น (Double Shielded) ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในระบบควบคุม เครื่องจักรอัตโนมัติ และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียรสูง สายชีลด์จาก NYX CABLE ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มาตรฐานสากล สามารถป้องกันสัญญาณรบกวนไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และยาวนาน

สายคอนโทรลมีชีลด์ (Shield Cable)

สายคอนโทรลมีชีลด์ เป็นสายไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อลดหรือป้องกันสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า (EMI) ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการส่งสัญญาณ คำว่า “ชีลด์” หรือ “Shield” หมายถึง “โล่ป้องกัน” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันสัญญาณรบกวนระหว่าง ตัวนำภายในสาย กับ สภาพแวดล้อมภายนอก

หน้าที่ของชีลด์ในสายคอนโทรล

สำหรับสายคอนโทรล (Control Cable) ชั้นชีลด์ช่วยป้องกันไม่ให้สัญญาณรบกวนจากภายนอกเข้ามากระทบกับการส่งผ่านข้อมูลและคำสั่ง ช่วยให้ระบบสื่อสารและการควบคุมเครื่องจักรทำงานได้อย่างแม่นยำและเสถียร

หน้าที่ของชีลด์ในสายพาวเวอร์ (Power Cable)

สำหรับสายพาวเวอร์ เช่น สายไฟที่ใช้กับ VFD Motor (Variable Frequency Drive) ชีลด์จะทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือ ช่วยป้องกันไม่ให้สัญญาณรบกวนจากภายในสายไฟส่งออกไปรบกวนอุปกรณ์อื่นในระบบ

การต่อกราวนด์ในสายชีลด์อย่างถูกวิธี

การติดตั้งสายชีลด์ทุกประเภท ต้องต่อปลายทั้งสองด้านของชีลด์ลงกราวนด์ (Grounding) อย่างถูกต้อง เพื่อให้กระแสสัญญาณรบกวนสามารถระบายไปสู่พื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่มีการต่อกราวนด์ ชีลด์จะไม่สามารถทำงานเต็มประสิทธิภาพ

รู้จักสายชีลด์ 3 ประเภทที่ใช้ในสายคอนโทรล

โดยทั่วไปชีลด์ที่นิยมใช้ในสายคอนโทรลมี 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง ทั้งด้านการป้องกันสัญญาณรบกวน ความยืดหยุ่น และต้นทุนการผลิต

1. สายชีลด์ทองแดงเคลือบดีบุกถัก (Tinned Copper Braid Shield)

ชีลด์ทองแดงเคลือบดีบุกถัก เป็นที่นิยมในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความอ่อนตัวสูงที่สุด เหมาะกับงานในระบบคอนโทรลทั่วไปที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่น และการป้องกันสัญญาณรบกวนความถี่ต่ำที่เกิดจากสาย Power Cable

ข้อดี

  • มีความอ่อนตัวสูง ใช้ได้ดีกับอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนไหว
  • อ่อนตัวติดตั้งง่าย ลดระยะเวลาการติดตั้งประหยัดค่าแรง
  • ขนาดสายไฟโดยรวมมีขนาดไม่แตกต่างจากรุ่นไม่มีชีลด์มากนัก ทำให้ลดขนาดท่อหรือราง
  • ป้องกันสัญญาณรบกวนในช่วงความถี่ต่ำที่เกิดจากสาย Power Cable ได้ดีกว่าชีลด์แบบอะลูมิเนียมฟอยล์
  • มีการนำไฟฟ้าที่ดีเพราะผลิตจากทองแดง ทำให้สามารถกราวนด์สัญญาณรบกวนออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อจำกัด

  • ต้นทุนสูงที่สุด ในชีลด์ทั้งสามประเภท เนื่องจากขั้นตอนการผลิตซับซ้อนและวัสดุมีต้นทุนสูง

2. สายชีลด์อะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil Shield)

ชีลด์อะลูมิเนียมฟอยล์ เป็นตัวเลือกยอดนิยมในงานที่ต้องการต้นทุนต่ำ เหมาะกับงานป้องกันสัญญาณรบกวนความถี่สูง สัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ เช่น สัญญาณ RS-485 สัญญาณ RS-422 สัญญาณ RS-232 CAN-Bus และ Modbus

ข้อดี

  • ต้นทุนต่ำ ผลิตง่าย เหมาะกับงานจำนวนมาก
  • ป้องกันสัญญาณรบกวนในช่วงความถี่สูงได้ดี เช่น สัญญาณดิจิทัล

ข้อจำกัด

  • การนำไฟฟ้าต่ำเพราะทำจากอะลูมิเนียม จึงต้องมี Drain Wire เพื่อระบายสัญญาณรบกวนแทน
  • ประสิทธิภาพป้องกันสัญญาณรบกวนน้อยกว่าชีลด์ทองแดงเคลือบด้วยดีบุกถัก
  • ไม่เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องเคลื่อนสายหรือมีการขยับบ่อย

3. สายชีลด์แบบเทปทองแดง (Copper Tape Shield)

ชีลด์แบบ Copper Tape เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานและการป้องกันสัญญาณรบกวนระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ราคาขายสูงกว่า ติดตั้งยากเพราะขาดความอ่อนตัว และมีขนาดสายใหญ่ ส่งผลให้เปลืองค่าท่อและค่ารางสายไฟ เมื่อเปรียบเทียบแล้วจึงไม่โดดเด่นเท่าชีลด์ทองแดงเคลือบด้วยดีบุกและอะลูมิเนียมฟอยล์

ข้อดี

  • ผลิตง่าย และมีต้นทุนอยู่ระหว่างชีลด์ทองแดงเคลือบด้วยดีบุกและอะลูมิเนียมฟอยล์
  • ป้องกันสัญญาณรบกวนในช่วงความถี่ต่ำได้ดีกว่าชีลด์แบบอะลูมิเนียมฟอยล์ เนื่องจากมีความหนามากกว่า
  • มีการนำไฟฟ้าที่ดีเพราะผลิตจากทองแดง ทำให้สามารถกราวนด์สัญญาณรบกวนออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อจำกัด

  • ความอ่อนตัวต่ำมาก ๆ ทำให้สายคอนโทรลที่ใช้ชีลด์นี้จะมีลักษณะแข็งเหมือนสายพาวเวอร์แม้ตัวนำจะเป็นเส้นฝอยก็ตามทำให้ติดตั้งยาก
  • โครงสร้างสายต้องมีชั้น Bedding ที่หนารองรับ เพื่อกันการบาดจาก Copper Tape ที่แข็งและหนา จึงเป็นผลให้ขนาด OD ของสายใหญ่ขึ้นมากตามไปด้วย ทำให้เปลืองค่าท่อ ค่ารางสายไฟ เพิ่มขึ้น
  • ไม่เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องเคลื่อนสายหรือมีการขยับบ่อย

ภาพเปรียบเทียบขนาดสายที่ใช้ชีลด์ทองแดงเคลือบด้วยดีบุกถัก (Tinned Copper Braid Shield) และชีลด์แบบเทปทองแดง (Copper Tape Shield) ที่ขนาดสาย 2×1.5 mm² เท่ากัน พบว่าสายที่ใช้ชีลด์แบบเทปทองแดงมีขนาดใหญ่กว่าสายที่ใช้ชีลด์ทองแดงเคลือบดีบุกแบบถักถึง 2.4 เท่า

เปรียบเทียบสายคอนโทรลมีชีลด์ (Shield Cable) สำหรับงานอุตสาหกรรม

การใช้งานในอุตสาหกรรมสำหรับสายคอนโทรลมีชีลด์

สายชีลด์เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำในการส่งสัญญาณควบคุม และมีความเสี่ยงต่อการรบกวนจากคลื่นไฟฟ้า (EMI) เช่น

  • โรงงานอุตสาหกรรมอัตโนมัติ (Factory Automation) ที่ใช้ PLC, Sensor หรือ Servo Motor
  • งานระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรกลหนัก เช่น เครื่องปั๊ม เครื่องกลึง สายพานลำเลียง
  • ระบบสื่อสารและควบคุมเสียง / ภาพ ที่ต้องการคุณภาพสัญญาณสูง
  • งานอาคารและระบบควบคุมอุณหภูมิ (HVAC)

สายคอนโทรลมีชีลด์จาก NYX CABLE ออกแบบให้ทนต่อสัญญาณรบกวนสูง เหมาะกับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมทุกประเภท

วิธีเลือกซื้อสายคอนโทรลมีชีลด์

การเลือกซื้อสายคอนโทรลมีชีลด์ที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า จึงควรพิจารณาดังนี้

  1. เลือกประเภทชีลด์ให้ตรงกับการใช้งาน
    • สายชีลด์ทองแดงเคลือบดีบุกถัก เหมาะสำหรับงานในระบบคอนโทรลทั่วไปที่ต้องการความอ่อนตัว และป้องกันสัญญาณรบกวนในช่วงความถี่ต่ำที่เกิดจากสาย Power Cable
    • สายชีลด์อะลูมิเนียมฟอยล์ เหมาะกับงานป้องกันสัญญาณรบกวนความถี่สูง แต่ไม่ต้องการความยืดหยุ่น
    • สายชีลด์เทปทองแดง เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานและการป้องกันสัญญาณรบกวนระดับกลาง แต่ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความอ่อนตัว
  2. จำนวนคอร์และขนาดหน้าตัด
    • เลือกจำนวนคอร์ให้ตรงกับอุปกรณ์และระบบควบคุม เช่น หากต้องการใช้สายชีลด์ 3 คอร์ ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าเหมาะกับการเชื่อมต่อทุกจุดในระบบ
    • ขนาดหน้าตัด (mm²) ต้องเหมาะสมกับกระแสไฟฟ้า และระยะทางที่ใช้งาน

    การเลือกคอร์หรือหน้าตัดไม่เหมาะสม อาจทำให้สายเกิดความร้อนสูง เกิดปัญหาลัดวงจร (Short Circuit) หรือเกิด Voltage Drop ส่งผลให้สัญญาณผิดพลาดหรือหายได้

  3. วัสดุฉนวนและเปลือกสาย
    • เลือกวัสดุฉนวนที่ทนความร้อน
    • สำหรับงานที่มีน้ำมันหรือสารเคมี ให้เลือกสายที่มีฉนวนและเปลือกทนสารเคมี
    • ชีลด์ช่วยป้องกันสัญญาณรบกวน
  4. แรงดันใช้งาน
    • ตรวจสอบว่าสายรองรับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้อย่างเหมาะสม
    • ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงควรเลือกสายที่มีแรงดันสูงตามสเปก
  5. เลือกผู้ผลิตหรือแบรนด์ที่เชื่อถือได้
    • เลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์และมาตรฐาน อย่าง NYX CABLE
    • ตรวจสอบเอกสารรับรองมาตรฐาน VDE และ IEC
    • ผู้ผลิตที่ให้คำปรึกษาและส่งด่วนจะช่วยให้ติดตั้งสายคอนโทรลตรงตามหน้างาน

เลือก NYX CABLE เพื่อสายคอนโทรลมีชีลด์ที่ปลอดภัยและทนทาน

เลือกใช้สายคอนโทรลมีชีลด์จาก NYX CABLE เพราะเรามุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก สายทุกเส้นผ่านมาตรฐานยุโรป VDE และ IEC ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ให้ความอ่อนตัวดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อใช้กับงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านสเปกสายไฟ มีสต๊อกพร้อมส่ง ทำให้ลูกค้าใช้งานได้ตรงตามหน้างาน ลดปัญหาสัญญาณรบกวน และมั่นใจในความทนทานระยะยาว สนใจสั่งซื้อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-111-5588 หรือ LINE : @nyxcable

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายคอนโทรลมีชีลด์

สายชีลด์ทั่วไปมี 3 ประเภทหลักคือ

  • ชีลด์ทองแดงเคลือบดีบุกถัก (Tinned Copper Braid) มีความอ่อนตัวสูง เหมาะกับงานเคลื่อนสายบ่อย
  • ชีลด์อะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil) ต้นทุนต่ำ เหมาะกับงานสัญญาณความถี่สูงติดตั้งอยู่กับที่
  • ชีลด์เทปทองแดง (Copper Tape) ต้นทุนสูง และแข็งกว่ามาก จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม

การต่อกราวนด์ที่ปลายทั้งสองด้านของสายชีลด์ช่วยระบายสัญญาณรบกวนไปสู่กราวนด์ หากไม่ต่อสายกราวนด์ ชีลด์จะไม่สามารถป้องกันสัญญาณรบกวนได้เต็มประสิทธิภาพ

ควรพิจารณาประเภทชีลด์ จำนวนคอร์ ขนาดหน้าตัด วัสดุฉนวนและเปลือกสาย แรงดันใช้งาน และเลือกผู้ผลิตที่มีมาตรฐานอย่าง NYX CABLE

NYX CABLE มีมาตรฐานยุโรป VDE และ IEC ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีความอ่อนตัวสูง ทนแรงดัน เหมาะกับงานอุตสาหกรรมทุกประเภท พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านสเปกสายไฟและส่งสินค้าเร็ว

call btn
line btn
email btn
Go to Top